เฮฟวี่ลาว # 2

แวดวงดนตรีฮาร์ดร็อคเฮฟวี่เมทัลในประเทศลาวมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และประเทศนี้มีคนฟังเพลงแนวนี้มากมายเท่าไหร่ คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวหลายค่ำคืนก่อนวันเดินทาง

ข้าพเจ้าพยายามหาหาวิธีตั้งคำถามเพื่อให้ได้คำตอบนั้นด้วยการทบทวนเรื่องราวแวดวงเฮฟวี่เมทัลในประเทศตัวเอง

ฐานคนฟังเฮฟวี่เมทัลในไทยมีไม่มาก ดนตรีแขนงนี้ไม่เป็นที่รู้จักและหรือนิยมสักเท่าไหร่

ไม่มีใครเชิญไปออกรายการทอล์คโชว์ ไม่ถูกแอบถ่ายเมื่อนักดนตรีนอกใจแฟนแล้วแอบควงสาวนางอื่นไปกระดกเบียร์ที่มุมบาร์ หนังสือพิมพ์นานๆ ครั้งขอทำสัมภาษณ์ในเรื่องภาพรวมวงการ พร้อมเขียนคำถามแสนน่าเบื่อสำหรับแฟนพันธุ์แท้ว่าดนตรีเฮฟวี่เมทัลคืออะไร ? นิตยสารเคยรุ่งเรืองในยุคหนึ่งและเปิดพื้นที่ให้วงเมทัลได้นำเสนอผลงาน แต่ก็เป็นนิตยสารเฉพาะทางที่ทำเพื่อคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว ส่วนนิตยสารหัวใหญ่ที่มีจำนวนการพิมพ์ในหลักหมื่นนั้นนานๆ ทีจะมีสกู๊ปขนาดสั้นไม่เกิน 2 หน้ากระดาษเอสี่ลงไว้ให้อ่านเป็นบันทึกส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมย่อย

บางครั้งอาจโชคดีมีสถานีวิทยุแบ่งพื้นที่เวลาให้กับแนวดนตรีนอกกระแส แต่ก็ต้องแก่งแย่งกับวงดนตรีสไตล์อื่นและไม่อาจระบุได้ว่าคนฟังจะให้ความสนใจมากแค่ไหน เพราะอันดับชาร์ตเพลงฮิตต้องเป็นไปตามข้อตกลงของสปอนเซอร์

“คุณรู้จักเพลงเมทัลไหม”

“ไม่รู้จักหรอก ฉันฟังแต่ศรคีรี ศรีประจวบ” สัมภาษณ์แม่ค้าขายส้มตำ

“หนวกหู น่ารำคาญ” สัมภาษณ์แฟนสาวของเพื่อน

“พวกหัวรุนแรงใช่ไหม” สัมภาษณ์ครูสอนวิชาสังคม

คนฟังบางคนบ่นอิจฉาประเทศแถบยุโรปหรืออเมริกาที่มีคนเล่นและคนฟังดนตรีเฮฟวี่เมทัลเป็นจำนวนมาก มีคอนเสิร์ตวงดนตรีท้องถิ่นให้ชมทุกสัปดาห์ และในทุกเดือนจะมีวงระดับกลางค่อนไปถึงใหญ่มาเปิดการแสดงให้ชมจนหาเงินค่าบัตรมาจ่ายกันไม่ไหว แต่ประเทศไทยนั้นมีไม่บ่อย และเป็นงานสำหรับเฉพาะกลุ่มมากกว่าที่จะมีเฟสติวัลรวมดาวมากกว่า 3 วงขึ้นไปให้ชมในเวทีเดียว

แต่บางคนร้องทักว่าไม่ต้องมองไกลข้ามทวีป แค่ประเทศเพื่อนบ้านในละแวกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างอินโดนีเซียก็มีวงเมทัลมากกว่าไทยไม่รู้กี่เท่า หรือประเทศที่มีพื้นที่เล็กกว่าเราอย่างสิงคโปร์ก็มีวงเฮฟวี่เมทัลออกไปโกอินเตอร์ตั้งไม่รู้เท่าไหร่

โกอินเตอร์ ณ จุดนี้หมายถึงมีค่ายเพลงนอกประเทศสนใจผลิตผลงานไปกระจายเรื่องราวให้ในต่างบ้านต่างเมือง และอีกความหมายคือโอกาสเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตนอกบ้านเกิดตัวเอง

เราไม่สามารถระบุจำนวนคนฟังเพลงที่แน่นอนได้ บางคนบอกหลักพันแต่บางคนบอกว่าหลักหมื่น

โอกาสนับจำนวนเกิดขึ้นเมื่อมีคอนเสิร์ตใหญ่ที่แฟนเพลงเฮฟวี่เมทัลหลายคนมีจุดร่วมเดียวกัน

ในอดีต (พ.ศ. 2538) เมื่อครั้งเมทัลลิก้า (Metallica) ขวัญใจมหาชนจากทั้งโลกบินมาเปิดการแสดงคอนเสิร์ตในไทย หลายบันทึกบอกว่ามีผู้ชมหลักพัน แต่นั่นก็เป็นเรื่องราวเมื่อนานมาแล้ว (22 ปีแห่งความหลัง)

บางคนมีความสุขกับการฟังเพลงอยู่บ้านคนเดียวมากกว่าการออกไปเฮฮาในงานคอนเสิร์ตร่วมกับคนคอเดียวกัน และบางคนหลงใหลความหนักแน่นเพียงชั่วคืน ตื่นมาในรุ่งเช้าวันใหม่กลับเลิกฟังก็มีถมไป

จำนวนนับจึงคลาดเคลื่อนไม่แน่นอนอยู่เสมอ

ในจำนวนคนฟังทั้งหมดส่วนใหญ่นิยมชมชอบวงจากต่างประเทศมากกว่าวงดนตรีร่วมแผ่นดินเกิด วงอันเป็นที่รักยิ่งส่วนมากไม่ต่างกัน เป็นพวกบิ๊กเนมที่ใครๆ ในทุกมุมโลกต่างรู้จัก วงดังทำให้หาซื้อซีดี เทปคาสเซ็ท หรือแผ่นเสียงได้ง่าย มีร้านค้านำเข้ามาจัดจำหน่ายเพราะไม่กลัวเรื่องเดดสต๊อก หรือบางทีนายทุนไทยตัดสินใจผลิตในตราปั้ม เมค อิน ไทยแลนด์ เพราะคิดว่าจะทำกำไรได้บ้าง (แน่นอนว่าเขาคิดผิด – HAHA)

คนฟังอีกพวกหนึ่งสนใจวงระดับรองลงมา วงเหล่านั้นไม่โด่งดังแบบพวกซูเปอร์สตาร์ แต่พอมีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าใครในบรรณพิภพ เพียงแต่ยังขาดโอกาสนำเสนอผลงานต่อนายทุนและสื่อที่คอยสนับสนุน บางวงดังในประเทศหนึ่งแต่ไม่เป็นที่รู้จักในบางประเทศ ใครอยากได้ผลงานไว้ฟังหรือครอบครองต้องอาศัยสั่งซื้อเอาเอง แบกรับต้นทุนค่าส่งคราวละหลายร้อยบาท

ในบางประเทศที่อยู่ไกลค่าขนส่งอาจแพงกว่าราคาซีดี

แต่คนฟังส่วนมากไม่โง่ อาศัยถามทักจากเพื่อนฝูง มีใครสนใจอยากสั่งซื้อด้วยกันไหม ? สั่งทีละหลายๆ แผ่น ค่าส่งต่อแผ่นจะได้ถูกลง

กับอีกกลุ่มที่นิยมพวกโนเนมไร้สังกัด พวกชอบงานประเภทนี้จำกัดความไว้สำหรับแฟนเพลงระดับเดนตายที่มีอยู่ราวสามร้อยถึงห้าร้อยคน เท่าๆ กับจำนวนผลงานที่วงดนตรีผลิตออกมาจำหน่าย

โชคดีบางครั้งผลงานเข้าตาค่ายเพลง – ขออนุญาตนำไปผลิตซ้ำอีกหน

แต่นามของค่ายเพลงที่สนใจวงจากซอกหลืบ มีโอกาสไม่มากในการพบกับค่ายยักษ์ใหญ่ที่มีทุนรอนระดับผลิตผลงานได้คราวละหลายพันแผ่น ส่วนมากมักเป็นสังกัดที่มีวงเล็บต่อท้ายว่าเป็นค่ายเพลงอันเดอร์กราวนด์ หรือที่คุ้นหูกันในคำว่า ‘ค่ายเพลงใต้ดิน’ พวกนี้มีทุนการผลิตแค่หลักร้อยก๊อปปี้เป็นอย่างมาก

ใต้ดินไม่ได้หมายความว่ามุดดินลงไปผลิตผลงานออกมาจำหน่ายหรือใช้ชีวิตอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่เป็นศัพท์ที่รู้กันว่าเป็นพวกทำเพลงแบบไม่สนความต้องการของตลาด

นึกถึงคำสอนในตำราเรียนวิชาประวัติศาสตร์ประเทศสยามสมัยพ่อขุนรามคำแหง “ใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าช้างค้า”

ใครชอบแบบไหนก็ทำแบบนั้น

นักดนตรีเมทัลในประเทศไทยบางคนบอกว่า ไม่สนใจนักวิจารณ์หรือนายทุน จึงเลือกทำเพลงในแนวที่มีคนฟังน้อย

บางคนอีโก้สูงกว่านั้น บอกว่าไม่แคร์แม้กระทั่งคนฟัง กูทำเพลงสนองความต้องการตัวเอง ใครไม่ชอบก็ช่างหัวมัน

หรือในทางสุภาพบอกว่าอยากทำในสิ่งที่ตนรัก ถึงไม่มีชื่อเสียงโด่งดังก็ไม่เป็นไร

ไม่ต้องมีค่ายเพลงสนับสนุน ทำเองขายเอง ไม่ง้อแม้กระกระทั่งค่ายเพลงอันเดอร์กราวนด์

เจ๊งก็ช่างมัน เก็บไว้ฟังกันเอง หรือทำมาแล้วไม่ขาย ใช้วิธีแจกจ่าย (บังคับ ?) เพื่อนฝูงไปฟัง ก็มีอยู่หลายวง

แวดวงเฮฟวี่เมทัลประเทศลาวจะเป็นเหมือนประเทศไทยไหม ?

ข้าพเจ้าจดหลายข้อสงสัยไว้ในแอพลิเคชั่นโน๊ตบนโทรศัพท์มือถือ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: