กล้วย (ไทย) ต้นนี้ปลูกด้วยหัวใจ

ใครบางคนเคยพูดไว้นานแล้วว่าหากมีใจรักที่จะทำ ก็เสมือนได้ลงมือทำงานนั้นไปกว่าครึ่ง และยังถือเป็นเคล็ดลับสำคัญให้แก่ผู้คนจำนวนมากประสบความสำเร็จในสิ่งเหล่านั้น – สิ่งที่ตนรัก

นับเนื่องจากวันแรกๆ ที่รู้จักดนตรีเมทัล และลงมือเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับดนตรีแนวนี้จากการผสมสระ พยัญชนะ เป้นประโยค เป็นบทความ เป็นหนังสือเล่ม และมาเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในชื่ออันเดอร์กราวนด์ อีแม็กกาซีน นำเสนอเรื่องราวดนตรีนอกกระแส (อย่างไม่แยแสใคร) ผมเองก็หยิบเอาความรักที่จะทำนั่นล่ะมาเป็นเครื่องมือให้งานเดินหน้าต่อไป

ไม่น่าเชื่อ นับเวลาวันแรกมาวันนี้ก็น่าจะเกือบสิบปีเห็นจะได้กับการล้มลุกอยู่กับสิ่งที่รัก แต่ไม่ทำให้ท้องอิ่ม

และความหิวที่ไม่เคยปราณีใคร จนบางครั้งเพื่อนข้างตัวถึงกับบอกอย่างเหลืออดว่า “บ้า” มากกว่า “รัก”

ถึงกระนั้น ไม่ว่าจะบ้าหรือรัก หากไม่ทำให้ใครเดือดร้อนทางกาย ใจ ก็คงไม่น่าจะผิดกฎหมายข้อไหน และไม่มีบทบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใด

ด้วยความเป็นสื่อ (ถือวิสาสะเรียกตัวเองอย่างนั้น) หลายครั้งเราก็ได้เปรียบกว่าคนอื่น ไม่นับกำไรทางวัตถุที่อาจได้แผ่นซีดีไปนอนฟังฟรีๆ เข้างานคอนเสิร์ตโดยไม่ต้องผ่านเครื่องสแกนร่างกาย ได้เสื้อ เข็มกลัด หนังสือ ได้… ฯลฯ แต่ก็ไม่เท่าข้อได้เปรียบทางนามธรรม

คือ ข้อได้เปรียบที่ได้เข้าไปเดินเล่นในหัวใจนักดนตรี

หากการเป็นสื่อคืองานหลัก การได้เข้าไปเดินเล่นในหัวใจนักดนตรีก็คงเปรียบได้กับงานอดิเรก

ทุกครั้งของการทำสัมภาษณ์ พวกเขาเหล่านั้นไม่หลอกตัวเอง และหลอกผมจนควานหาความจริงไม่เจอจนพลัดหลงอยู่ในโลกสมมติหาทางไม่เจอ คำตอบของคำถามนั่นแหละ คือประตูสู่หัวใจไม่ต่างจากดวงตา

มันเป็นสิ่งที่บอกให้รู้ว่า นักดนตรีคนนั้นคิดอย่างไรกับประเด็นโน้นนี้นั้น และที่สำคัญ มันคือสิ่งที่บอกว่า เขาคนนั้นเป็นใคร

ในคำถามหนึ่งที่ถามวงกล้วยไทย ผมถามว่า “คุณเป็นอะไร มนุษย์ หรือสัตว์ชนิดใดในอัลบั้มสิบสองสัตว์”

กล้วยไทยตอบว่า เราคือ “กล้วย”

ใช่ กล้วยไทยก็คือกล้วย มันจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาก็บอกไว้ตั้งแต่วันแรกที่ตั้งวงแล้วว่าเป็นกล้วย วันนี้ก็คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

บางครั้งกลับเป็นผมเองที่มัวแต่เดินเล่นเสียเพลินจนหลงทาง หลงคิดว่ากล้วยเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่กล้วย แต่กล้วยหวีนี้ยังคงซื่อสัตย์ต่อความเป็นกล้วยของมัน

เหตุผลของความซื่อสัตย์ก็คงจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก “มีใจรักที่จะทำ”

แฮนด์เมด มิวสิค กล้วยไทย เพลงรักระดับโลก สิบสองสัตว์ เหล่านี้คือชื่อผลงานทั้งหมดของวง และคงต้องนับรวม ‘ก้าว’ หรือ ‘เก้า’ ไปด้วยในอนาคต (ชื่ออัลบั้มใหม่ที่อยู่ระหว่างการทำเพลง) เหล่านี้ถ้าไม่มีใจรักก็คงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

นับเอาจากปี พ.ศ. 2545 ก็เกือบสิบปี อายุราวๆ กับชั่วโมงบินบนเครื่องเมทัลไทยของผมที่เพื่อนมักจะแซวว่า มีเส้นบางๆ กั้น ระหว่างคำว่า “ใจรัก” และ “บ้า” จนแทบแยกกันไม่ออก

และบางครั้งตัวเองก็แยกไม่ออก – HAHA

แต่สำหรับวงกล้วยไทย ผมขอละคำว่า “บ้า” ไว้ข้างหลัง แล้วให้เปอร์เซ็นต์กับคำว่า “รัก” มากกว่า

“เหมือนชะตากำหนดไว้” ประโยคแรกของเพลงชื่อ ‘มนุษย์’ ในอัลบั้ม ‘สิบสองสัตว์’

คำๆ นี้ในความเป็นจริงอาจเป็นความเม็จก็ได้ โชคชะตาอาจเป็นสิ่งสมมติ ตัวเราต่างหากที่เป็นของจริง

ผมรู้จักกล้วยไทยพร้อมๆ กับวันวานการเริ่มต้นฟังเพลงเมทัลนอกกระแสหลัก แต่ไม่ได้ชิดเชื้อกับอีพีแรก มาพบกันจริงจังก็ตอนออกอัลบั้ม ‘กล้วยไทย’ ภายใต้ชายคาวอร์เนอร์มิวสิคและจัสติสมิวสิค

เป็นเรื่องดูดีในวันนั้นมีมีการปฏิวัติเล็กๆ ของกลุ่มดนตรีใต้ดิน ด้วยวลี (เท่าที่จำได้) ว่า ‘ทลายกำแพงดนตรี’ เปิดพื้นที่ให้วงอันเดอร์กราวนด์ได้โอเวอร์กราวนด์บ้าง แต่ไม่รู้ทำไมในเบื้องหลัง (ไม่เคยเอ่ยถาม) พอผลงานชิ้นถัดไป กล้วยไทยกลับมาทำงานแบบช่วยตัวเองอีกครั้ง

เหมือนโชคชะตากำหนดไว้… หรือเปล่า ไม่แน่ใจ ไม่อยากเดา

กระนั้นแม้เป็นเวทีอันเดอร์กราวนด์ กล้วยไทยก็ยังคงโลดแล่นท้าทายยุคเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมดนตรีที่มีเอ็มพีสามเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างที่ค่ายเพลงใหญ่ยังต้องอาย

ในเวลานั้นผมเห็นการเติบโตของต้นกล้วยไทยโดยการเลี้ยงดูของสาวก – ช่างน่าทึ่ง แต่ไม่ขอบรรยาย

ผ่านวันอีกไม่นานเกินรอ กล้วยไทยเปิดตัวครั้งใหม่ด้วยข่าวว่าจะได้เซ็นต์สัญญาออกงานชุดใหญ่กับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อีกหน แต่ในท้ายที่สุด… ก็คงต้องหยิบเอาประโยคเดิมมาอ้างอีกแล้ว “เหมือนชะตากำหนดไว้” อัลบั้มสิบสองสัตว์กระดอนจากค่ายใหญ่ต้องกลับมาใช้ระบบเดิม ทำกันเองกันอีกหน โดยมีบานาน่าเรคคอร์ดคอยหนุน ซึ่งนี่ก็เป็นค่ายเพลงทำมือไม่ต่างอะไรกับสถานะของวง

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า วงดนตรีที่มีใจรักนั้นเป็นอย่างไร

แม้จะอกหักแต่ก็ไม่เป็นไร กล้วยไทยยังคงทำงานออกมาให้สาวกได้เชยชม เด็ดกินจากต้นจนอิ่มให้สมกับทีได้รับการรดน้ำใส่ปุ๋ยมาโดยตลอด

กล้วยไทยต้นนี้ปลูกด้วยหัวใจ และต้องทานด้วยหัวใจ

บทส่งท้าย หนึ่ง… อนันตกาล
มนุษย์เราสามารถมีความรักได้คนละกี่ครั้ง และจะมีใครบ้างไหมที่ไม่อาจพบความรักเลย – ผมไม่ทราบ

บทเพลงหนึ่งในอัลบั้ม ‘สิบสองสัตว์’ หากต้องเลือกอย่างเสียไม่ได้มาเพียงหนึ่งเพลง ผมขอเลือกเพลง ‘หนึ่ง… อนันตกาล’ ให้เป็นเพลงรักตลอดกาล

ในความมักคุ้นกับวงกล้วยไทย คนที่ได้พูดคุยด้วยมากที่สุดคือคุณเอส นักร้องนำ แม้จะรู้จักกันไม่นานก่อนอัลบั้มสิบสองสัตว์วางแผง แต่ในโลกสมมติเราคุยกันผ่านแผ่นกระดาษไฟฟ้ามาเป็นเวลาที่พอนับเป็นความสนิทสนมกันได้บ้าง

บนบล็อกที่ชื่อว่าเอ็กซ์ทีน (exteen.com) ผมมักเข้าไปอ่านงานเขียนของเขาอยู่บ่อยๆ ทั้งเรื่องของวงกล้วยไทยและเรื่องส่วนตัว

หนึ่ง… อนันตกาล คือเรื่องหนึ่งที่ผมได้อ่าน

ไม่แน่ใจนักว่าเพลงนี้แต่งขึ้นมาเมื่อไหร่ และมีที่มาอย่างไร จะมาจากเรื่องส่วนตัวของผู้แต่งเองหรือไม่ ผมไม่อาจตอบแทนเจ้าตัว

หากใครเคยได้อ่านหนังสือทำมือ “หนึ่ง… อนันตกาล เธอเพียงเท่านั้น… จนวันสุดท้าย” คงพอทราบกันว่าเพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งใด และทำไปเพื่อสิ่งใด

ไม่แน่ใจหากตัวเองเป็นคนในเพลง เมื่อผจญภาวะเช่นนั้นจะเป็นอย่างไร

ความเศร้า ความเหงา ไม่เข้าใครออกใคร

การบอกรักไม่ใช่เรื่องยาก แต่การบอกให้คนที่อาจรับรู้นั้นมันยิ่งกว่าคำว่ายาก

“คำๆ ใด มีความหมายต่อใจของเธอ ถ้อยคำเป็นร้อยพัน แต่ว่าใจฉันมีเพียง แค่ประโยคเดิมๆ คำที่ธรรมดา พูดซ้ำๆ ทุกวัน เธอเพียงเท่านั้น จนวันสุดท้าย”

… (ขออนุญาตพักน้ำตา) …

ทำนองไม่สวยและใช้คำธรรมดาๆ อาจไม่ซึ้งกินใจไปถึงข้างใน และอาจเป็นเหมือนเพลงรักดาษดื่นหากฟังลอยผ่าน แต่แท้จริงแล้วเพลงๆ นี้ไม่เหมาะกับการฟังด้วยหู มันเป็นเพลงที่ต้องใช้ “หัวใจ” ในการฟัง

26613895751_671a9d5431

ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือ Boxset วงกล้วยไทย ปี 2013

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: