Cherish The Darkness Fanzine

เลยเวลาเที่ยงคืนมากว่าชั่วโมงแล้ว ในมือผมยังถือหนังสือดนตรีฉบับเก่า สายตามิอาจละจากตัวอักษรบนกระดาษ นิ้วมือทั้งห้าเลอะไปด้วยหมึกสีดำ ฝุ่น และหยากไย่ เรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้เมื่อนานมาแล้วยังคงชวนให้ติดตามเมื่อนำมันกลับมาทบทวน บางสิ่งลืมเลือนไปแล้ว บางเรื่องยังพอจำได้ แต่ไม่มั่นใจ คืนนี้คงต้องรื้อหนังสืออีกหลายเล่ม และคงใช้เวลาอีกหลายนาทีหรืออาจจะถึงชั่วโมงเพื่อร้อยเรียงเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้ก่อนการเดินทางมาถึงของยุคอินเทอร์เน็ท

ยิ่งกับเรื่องราวดนตรีเฮฟวี่มิวสิคที่อยู่นอกกระแสความสนใจของผู้คนในประเทศโลกที่สาม แม้การเดินทางมาถึงของเครือข่ายโยงใยให้แผ่นดินที่อยู่ใกล้ขยับเข้ามาใกล้แค่ไหน แต่บางเรื่องราวหาใช่ว่าเราจะสืบค้นมันได้ไปเสียหมด บางทีมันเหมือนมีช่องว่างระหว่าง วัน เวลา และวัยของผู้คนที่ทำให้บางสิ่งบางอย่างขาดหายไม่ได้ถูกบันทึกไว้

อย่างน่าสมน้ำหน้า ในท้ายที่สุด google.com ก็ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของคนที่เคยเย้ยหยันคนรุ่นเก่าหรือเด็กรุ่นใหม่บางคนที่ยังนิยมใช้บริการห้องสมุดประชาชนเพียงเพื่อหาคำตอบของสมการง่ายๆ อย่างแสงเดินทางได้ไกลแค่ไหนในหนึ่งวินาที

ดนตรีเฮฟวี่เมตัลของประเทศโลกที่สามจากเซาธ์อีสเอเชียหรือจากกาฬทวีปก็ดูเหมือนจะตกสำรวจไปมากมายสำหรับนักบันทึกบนกระดาษไฟฟ้า แต่ก็ถือเป็นโชคดีที่เรายังเก็บหนังสือฉบับเก่าไว้สำหรับการสืบค้นแบบอนาล็อค

แต่ความโชคดีที่ว่าก็ดูเหมือนจะไม่ใช่การเดินทางด้วยถนนที่มีกลีบดอกกุหลาบโรยไว้อย่างในนิยาย น่าเสียดายที่หนังสือสำหรับเฮฟวี่มิวสิคดูจะเป็นสิ่งชิงชังของพระเจ้า จึงได้สาปแช่งให้ผู้กล่าวหาว่าร้ายพรองค์ไม่พบความสำเร็จในการประคับประคองหนังสือให้อยู่รอดเป็นธารความรู้แก่ศิษยานุศิษย์ Ozzy Osbourne Metallica Slayer Decide Obitury หรือ Dark Funeral และ ฯลฯ หนังสือหลายเล่มต้องปิดตัวเองไปก่อนวัยอันควร จะด้วยพิษเศรษฐกิจ หรือคนทำเบื่อไปก่อน ก็ตามแต่ มันคือความเสียใจและเสียดายที่คนอ่านมีต่อหนังสือ (แม้หนังสือบางเล่มจะมีคนสาปแช่งให้ตายไปเร็วก็ตาม แต่เมื่อมีคนชังยังไงก็ต้องมีคนรัก)

ในบรรดากองหนังสือที่วางเกลื่อนอยู่ในคืนนี้ หนังสือบางเล่มยังมีสภาพเหมือนใหม่ราวกับว่าเจ้าของถนอมมันไว้อย่างดีในกล่องสูญญากาศที่ทำด้วยโลหะชนิดเดียวกับที่ใช้สร้างยานอพอลโล่ ตรงกันข้ามกับบางเล่มที่ยันย่นและมีรอยปะด้วยสก๊อตเทปใสอยู่หลายหน้า หนังสือบางเล่มดูเหมือนไม่ใช่หนังสือ… เป็นกระดาษเอสี่ซีร็อกซ์แล้วเย็บแบบมุงหลังคา….

มันน่าสนใจไม่น้อย เมื่อไล่เรียงเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่มกลับพบว่า หนังสือที่เป็นหมึกซีร็อกซ์กลับเป็นหนังสือที่มีอายุขัยยืนนานกว่าหนังสือที่พิมพ์สี่สีไสกาวปกอาร์ตมันวาว

บางคนเรียกมันว่า “หนังสือทำมือ” ส่วนคนที่ฟังเพลงเมตัลเรียกว่า “แฟนซีน” แต่จะเรียกว่าอย่างไรก็ตาม แฟนซีนหรือหนังทำมือเล่มเล็กๆ กลับสามารถเอาตัวรอดจากโลกเศรษฐกิจได้อย่างนับรอยขีดข่วยได้เพียงน้อย

แต่ก็อีกนั่นล่ะ ก็คงไม่ใช่หนังสือทำมือทุกเล่มที่สามารถอยู่รอดได้อย่างนั้น หากคนทำไม่มุ่งมั่นและเชื่อในอุดมการณ์ของตัวเอง

“ใครคิดจะทำแฟนซีนต้องอดทน และอย่าหวังรวยหรือกำไรจากการทำแฟนซีน ทุกอย่างต้องทำด้วยใจรักเท่านั้น แต่ถ้าทำเพื่อกระแสหรือแฟชั่นก็พอครับ”

มันเป็นคำที่ฟังดูโก้ไม่ใช่เล่น แต่หากพูดแค่เอามันหรือเพียงสร้างภาพให้ตัวเองดูดี ก็คงจะไม่มีเรื่องราวให้ต้องกล่าวถึง ไม่ช้าหรือเร็วความโก้เก๋นั้นก็คงมลายหายไปพร้อมกับน่าเบื่อของตัวมันเองด้วยหัวใจที่ไม่ได้รักจริง

เจ้าของประโยคสุดหล่อนี่ที่ว่าคือ ฉัตรชัย สุสรดิษฐ์ หรือที่คนในวงการอันเดอร์กราวนด์เมตัลรู้จักเขาในนาม Ble Envoy Death หนุ่มใหญ่ผมยาวที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับวงการดนตรีเมตัลประเทศไทยมาตั้งแต่ยุคที่วงการนี้ยังไม่มีสื่อ (ทำมือ) เป็นของตัวเอง

ที่ไหนมีคอนเสิร์ตเมตัล ที่นั่นเราจะเห็นเขา พูดคุยทักทายมิตรสหายในชุดดำอย่างเป็นกันเองเสมอ

ในนามของความคลั่งไคล้ดนตรีที่คนเป็นล้านของประเทศนี้เบือนหน้านี้ เอามือปิดหู ขอร้องบ้าง สบถบ้าง เพื่อให้หยุดการทำงานของเครื่องเล่นที่กำลังคำรามความเกรี้ยวกราดของกีตาร์ ความหนักแน่นของเบส แรงทะลุทะลวงของกลอง และเสียงร้องราวกับว่าเจ้าของเสียงนั้นอัดอั้นตันใจในความโกรธมาจากนรกขุมสุดท้าย BLE ในวันที่ยังเยาว์และพรรคพวกไม่กี่สิบคนรวมตัวกันก่อตั้งกลุ่มสำหรับคนที่ชอบเสียงเพลงอันบ้าคลั่งนี้เหมือนๆ กัน และเขียนนามไว้อย่างเข้ากับคอนเส็ปต์ดนตรีว่า Disiple Satan Group

นามที่ดูเหมือนจะเป็นปฏิปักษ์กับในนามที่อ้างถึงความดี – God กลุ่มพวกเขาเป็นพวกนอกรีตอย่างนั้นหรือ ดื่มเลือดหญิงสาวบริสุทธิ์ มีเซ็กส์แบบหมู่ ฉี่รดคำภีร์ไบเบิ้ล ออกไปเผาโบสถ์ในคืนวันอาทิตย์ ? เปล่าเลย Disiple Satan Group มันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าการแลกเปลี่ยนข่าวสารดนตรี แลกเปลี่ยนเทป รวมตัวกันไปดูคอนเสิร์ตกับกลุ่มเพื่อน และขยายต่อยอดไปจนเป็นที่มาของการทำหนังสือทำมือหรือแฟนซีนเล่มแรกของวงการเพลงเมตัลไทย

BLE เล่าว่า เขาคิดอยากทำหนังสือในนามของกลุ่ม (หรืออาจเรียกว่าจดหมายข่าวก็ได้) เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการกระจายข่าวสารให้แก่สมาชิก จึงตัดสินใจลงมือทำ Disiple Satan Zine ออกมา – ง่ายๆ แค่นั้นเอง และแฟนซีนสำหรับคอดนตรีเมตัลในประเทศไทยก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในราวปี 1994

อย่างน่าเหลือเชื่อ การเดินทางของหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ไม่น่าจะมีอะไรดึงดูดหรือน่าสนใจหากเทียบกับนิตยสารดนตรีฉบับอื่นๆ บนแผง แต่กลับเป็นกระดาษซีร็อกซ์เย็บมุมอย่าง Disiple Satan นี่ล่ะที่สามารถเข้าไปกุมหัวใจน้อยๆ ของคนเฉพาะกลุ่มไว้ได้ ความเรียบง่ายไม่ปรุงแต่งจริตมารยา คิดอย่างไรก็คายมันออกมาเช่นอย่างที่ปราถนา มันเป็นความจริงอันแสนจริง – I smash your fucking head

กระทั่งความมืดเข้าครอบงำ…

หลังจาก Disiple Satan Zine เดินทางออกมาได้ 3 ฉบับ สมาชิกในกลุ่มและผู้สนใจเริ่มขยายตัวขึ้นอย่างเชื้อร้ายที่ยังไม่รู้วิธีรักษาหรือป้องกัน BLE ตัดสินใจเปลี่ยนร้องเท้าคู่ใหม่ ครานี้เขาสวมร้องเท้าที่จะพาเขาออกเดินทางไปหาผู้ที่สนใจอะไรๆ เหมือนกันได้ไกลขึ้น มันเป็นการยุติ Disiple Satan Zine และเริ่มต้นแฟนซีนภาคต่อจากของเดิมที่ทำไว้ในนามผู้หลงใหลในความมืด Cherish The Darkness Zine

นั่นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว (1995)

25778645363_a4174e3343_o

จนถึงปัจจุบัน 2015 Cherish The Darkness หรือที่เรียกกันอย่างสั้นๆ ว่า CTD’Zine เดินทางพบปะผู้คนและวงดนตรีบนตัวเลขระบุระยะทางว่าฉบับที่ 46 (ตุลาคม 2015) หากเมื่อนำจำนวนเล่มกับจำนวนปีมาเทียบเคียงกับนิตยสารหัวใหญ่ๆ ที่วางอยู่บนแฝงด้วยตัวแปรที่แตกต่างกันทั้งปริมาณ ค่าใช้จ่าย บุคลากร การบริหารงาน Cherish The Darkness หรือ CTD’Zine ก็ดูเหมือนจะเป็นแค่ฟันเฟืองชิ้นเล็กๆ ของวงการดนตรีเมตัลมิวสิคเท่านั้น

ใช่ – CTD’Zine เป็นฟันเฟืองชิ้นเล็กๆ ที่หมุนไปกับเฟืองตัวใหญ่ๆ ให้วงการขับเคลื่อนไป BLE มักถ่อมตนว่าเป็นเช่นนั้นเสมอ

แต่ในความเล็กก็มีความใหญ่แอบแฝง

อย่างแรกคือใจใหญ่ หากไม่แน่จริงคงอยู่มาไม่ได้ถึงขนาดนี้ หากไม่มีศรัทธาหรือไร้ซึ่งความยึดมั่นในอุดมการณ์ และสิ้นแล้วกับรสนิยมการอ่านหนังสือบนกระดาษ CTD’Zine ก็คงเหมือนกับหนังสือหรือแฟนซีนเล่มอื่นๆ ที่มีอายุอยู่รอดแค่เพียงปีหรือสองปีหรือบวกลบเพิ่มลดอีกหนึ่งไม่มากไปกว่านั้น

BLE เคยเล่าให้ฟังว่า บางปีสามารถออก CTD’Zine ได้เพียงแค่ฉบับเดียว เพราะไม่มีทุนรอนพอจะสนับสนุนการพิมพ์ให้สามารถกระจายไปถึงคนอ่านได้ – แต่เขาไม่ท้อ

อีกอย่างที่ใหญ่ คือ ความยิ่งใหญ่ของแวดวงเฮฟวี่เมตัลไทยที่ CTD’Zine ได้รวบรวมข้อมูลวงการอันเดอร์กราวนด์เมตัลไทยไว้มากมายที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา ทั้งบทสัมภาษณ์วงดนตรี การเขียนรายงานคอนเสิร์ต และแนะนำผลงานที่ออกมาใหม่ ขอเพียงวงดนตรีที่คลานออกจากมดลูกแห่งความดำมืดนั้นเป็นวงสไตล์แบล็ค แธรช เดธ ไกรนด์ บรูตัล และสายโหดที่แตกแขนงออกไปอีกมาก รับรองได้ว่าเราสามารถหาอ่านเรื่องราวของวงดนตรีในแขนงนี้ได้จากจักรวาลของ CTD’Zine และจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครบันทึกเรื่องราวที่ว่านี้ได้อย่าง CTD’Zine แม้จะมีเนื้อที่มหาศาลอย่างหน้ากระดาษไฟฟ้าก็ตามที

“ส่วนตัวก็ไม่คิดเหมือนกันครับว่า CTD’Zine จะเดินทางมาไกลถึงขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะผ่านกาลเวลามาไกลถึงขนาดนี้ ที่ทำไปเพราะใจรักและศรัทธาล้วนๆ ผมไม่มีอาชีพอื่นนอกจากทำแฟนซีนและทำเสื้อออกจำหน่าย ตอนนี้ CTD’Zine อาจเป็นแฟนซีนเล่มเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เก่าแก่ที่สุดและยังคงดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงทุกวันนี้ ประเด็นสำคัญคือยังมีสาวกให้การตอบรับกันอยู่และบางท่านยังรักการอ่านในรูปแบบหนังสือกันอยู่ ประเด็นนี้เลยทำให้ CTD’Zine มั่นคงและอยู่มาได้อย่างยาวนาน ตราบใดที่สหายทั้งหลายยังคงให้การตอบรับและยังช่วยต่อลมหายใจให้แฟนซีนเล่มนี้อยู่ ตราบนั้นผมยังคงเดินหน้าตะลุยไปในแวดวงอันเดอร์กราวน์เมตัลต่อไปครับ”

เลยเวลาเที่ยงคืนมาสองชั่วโมง ผมนั่งทบทวนความเป็นมาของ CTD’Zine นับตั้งแต่วันแรกที่เราได้รู้จักกันผ่านตัวหนังสือและกระดาษสีขาวเก่า จนถึงเวลานี้ ในมือของผมกำลังถือ CTD’Zine ฉบับใหม่ที่ไม่มีฝุ่นเขรอะติดปลายนิ้ว ไม่มีหยากไย่เหนียวติดมือ ผมไล่สายตาค่อยๆ อ่านบทบรรณาธิการในวาระ 20 ปี บนกระดาษที่หอมเข้มกลิ่นศรัทธาจนยากจะสลัดออกไปจากปลายจมูก

เขียนเมื่อ 27 ตุลาคม 2558

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: